Cute Parfait of Kyoto

This is a smiling green tea ice-cream parfait. 🙂 The cafe of this cute parfait is called "Kotoba no Haoto" which means “The Buzz of Words”. The name really reflects the reality because it became popular on the Internet after customers wrote about this cafe and its cuteness. There is always a long line waiting... Continue Reading →

5 Yen “go-EN” good luck

What are key factors of Success? Besides "Hard work" and "Preparation" to be ready in any situation, a dose of luck, hope and optimism are also crucial. This is why many Japanese like to go to shrine and pray. Tossing the 5 Yen coins is also a symbol of "Good fortune" since 5 Yen pronounces "Go-EN"... Continue Reading →

Hugging trees and life Panacea

The following story is from Thich Nhat Hanh's book "The World We Live" Hugging a tree seems to be a panacea for the longest time! The City with Only One Tree Imagine a city that has only one tree left. The people who live in this city are mentally ill because they have become so... Continue Reading →

Capture the unseen วาดรูป Sumi-e

สมัยที่เราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น หนึ่งในวิชาที่น่าเรียนมากๆ คือวิชาวาดพู่กัน โดยชื่อคอร์ส คือ Sumi-e (墨絵) ตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่การสอนวาดภาพด้วยพู่กันเฉยๆ ไม่น่ามีปรัชญงปรัชญาอะไรมาก หรือเรื่องเทคนิคอะไรคงน่าจะเรียนรู้กันได้ไม่ยาก วันแรกที่เข้าเรียน อาจารย์ก็สอนให้ฝนหมึกสีดำ หมึกของ Sumi นั้นเป็นก้อนสีดำเหมือนก้อนถ่าน เราก็เอาน้ำใส่นิดหน่อย แล้วก็ฝนๆๆๆ จนน้ำหมึกออกมาเป็นสีดำ ตอนแรกก็ดีใจ เอ้อน้ำใสๆเริ่มกลายเป็นน้ำหมึกสีดำแล้ว คงฝนอีกไม่นานเน้อก็จะได้วาดรูปกันแล้ว พอโชว์หมึกที่เพิ่งฝนเสร็จให้อาจารย์ดู อาจารย์ก็บอกว่าหมึกยังไม่ดำพอ กลับไปฝนเพิ่มเลย ฝนไปฝนมา จาก 1 นาที ก็กลายเป็น 2-3 นาที น้ำใสตอนแรกก็เริ่มกลายเป็นน้ำหมึกสีดำแล้ว ตอนนี้หมึกเริ่มข้นมาก ดำสุดเลย เอาไปให้อาจารย์ดูอีกที อาจารย์ก็บอกว่า ผ่าน โอเคแล้วประมาณนี้ หมึกสีดำมีความหนืดๆ เข้มข้นๆ หลังจากได้หมึกสีดำเข้มมาแล้วนั้น อาจารย์ก็สอนถึงการไล่เฉดสีดำ เราก็เอาหมึกดำนั้นมาผสมน้ำเพิ่มให้เป็นเฉดสีดำต่างๆ จากดำปี๋ ไปถึงดำปลานกลาง และก็ดำอ่อนๆเหมือนน้ำเปล่าเลย อาจารย์ก็ให้จุ่มพู่กันในสีดำปานกลางก่อน แล้วก็แตะปลายพู่กันด้วยสีดำเข้ม พอลองเขียนบนกระดาษที่ทำจากข้าว สีดำนั้นให้เอฟเฟคการไล่สีที่สวยงาม เห็นถึงความเข้มแข็งของสีดำเข้มตรงส่วนปลาย และก็มีความอ่อนช้อยของเฉดดำอ่อน กลมกลืนกันในพู่กันแค่ stroke เดียว... Continue Reading →

โลกคือเพื่อนของเรา 世界は友達

คุณครูท่านหนึ่งที่เราจะไม่มีวันลืมเลย คือคุณครูโรงเรียนกวดวิชาในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ตอนที่เป็นนักเรียนที่ญี่ปุ่น เราทำงานพิเศษเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนประถมและมัธยมในโรงเรียนกวดวิชาในเกียวโตแห่งนี้ อาจารย์ใหญ่ชื่ออาจารย์อิชิอิ เป็นคุณลุงที่ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี และก็เห็นรอยยิ้มบนหน้าของแกตลอดเวลา เป็นทั้งผู้สอนนักเรียนเอง และก็เป็นผู้ดูแลสารทุกข์สุขดิบของนักเรียน เหมือนเป็นพ่ออีกคนนึงเลยว่าก็ได้ โดยเฉพาะช่วงสอบที่เห็นนักเรียนเครียดๆ ก็มีอาจารย์ท่านนี้แหละที่คอยสอน คอยให้กำลังใจ เชียร์ลูกศิษย์ทุกๆคนจนเรียนจบแต่ละเทอมๆ เข้ามหาวิทยาลัยได้ดิบได้ดีกัน ความพิเศษของโรงเรียนกวดวิชานี้ ก็คือความรักในการสอนของอาจารย์อิชิอิท่านนี้แหละ และการตกแต่งห้องเรียน บอร์ดต่างๆ แทนที่จะเป็นรูปโปรโมทว่านักเรียนที่นี่สอบติดคณะโน่นนี่ ได้เหรียญทองนะ เป็นที่หนึ่งของโรงเรียนนะ แต่ผนังถูกตกแต่งด้วยกระดาษซีร็อกA4ที่เป็นรูปภาพของอาจารย์อิชิอิกับเพื่อนๆจากหลากหลายประเทศ รวมถึงภาพอาจารย์ปีนเขา และจดหมายที่เขียนจากเพื่อนๆจากไต้หวัน เนปาล และประเทศอื่นๆ ที่เขียนมาหาอาจารย์ สมัยที่อาจารย์อิชิอิหนุ่มๆ เค้าเป็นนักเดินทาง นักผจญภัยตัวยงเลย ไปปีนภูเขาเอเวอร์เรส ไปเนปาลอยู่ที่นั่นหลายปี มีรูปภาพของอาจารย์ใส่เสื้อหนาวหนาๆ ถ่ายอยู่หน้าเทือกเขา ในคลาสภาษาอังกฤษ อาจารย์จะชอบเล่าเรื่องที่อาจารย์ไปพบเจอมาสมัยหนุ่มๆ เป็นการสร้างแรงบัลดาลใจให้นัดเรียนเรียนภาษา ที่แปลกคือ วันแรกของวิชาภาษาอังกฤษที่เราไปสอน อาจารย์กลับให้เราสอนวิธีทักทายเป็นภาษาไทย เลยสอนคำว่า "สวัสดี" และก็สอนนับ หนึ่ง.. สอง.. สาม.. สี่.. ห้า.. เพิ่งมารู้ว่านักเรียนที่นี่นับเลข 1 ถึง 5... Continue Reading →

Sanpo คืออะไร? ทำไมต้อง Sanpo?

วันนี้เป็นอีกวันนึงที่อยากมานั่งเขียน blog พอเห็นชื่อ Sarita Sanpo นี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าชื่อนี้มาจากไหน แปลว่าอะไร สริตา เป็นชื่อจริงของผู้เขียน แต่ Sanpo เป็นคำที่ผู้เขียนรู้สึกว่ามีความหมาย และบ่งบอกถึงตัวตน และจุดประสงค์ของการเขียน blog นี้เป็นอย่างดี แล้ว คำว่า Sanpo นี้แปลว่าอะไรล่ะ? "Sanpo" 散歩(さんぽ)มาจากภาษาญี่ปุ่นที่ออกเสียว่า ซัมโปะ ซึ่งแปลว่าเดินเล่น take a walk blog นี้ก็เกิดขึ้นมาด้วยคอนเซปต์ที่ของเรื่องราวที่ไปเจอ และความคิดที่ตกตะกอนระหว่างทาง ก็คือระหว่างการเดินเล่นนั่นเอง อีกความหมายของ Sampo นั้นมาจากภาษาญี่ปุ่นที่ว่า Sanpo-yoshi 三方良し(さんぽうよし)ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักโดยพ่อค้าที่มีชื่อเสียง สมัยเอโดะ (ค.ศ.1603–1868) ที่ชื่อว่า Ohmi-shonin โดยคำว่า "Sanpo" แปลว่า องค์ประกอบ สามอย่าง นั่นคือ ผู้ขาย ลูกค้า และสังคม ส่วนคำว่า "Yoshi" แปลว่า ความดี โดยหลักการนี้... Continue Reading →

Blog at WordPress.com.

Up ↑